Product Knowledge, Aroma World

มาทำความรู้จัก “น้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil)” กันดีกว่า (ตอนที่ 2)

มาทำความรู้จัก “น้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil)” กันดีกว่า (ตอนที่ 2) Product Knowledge, Aroma World

ปัจจุบัน “Essential oil หรือน้ำหอมหอมระเหย” และศาสตร์ของ Aromatherapy ที่ใช้กลิ่นบำบัดเพื่อความผ่อนคลาย เริ่มเป็นที่นิยมในบ้านเรามากขึ้น หลายคนอาจมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพ ทำไมน้ำมันชนิดเดียวกันให้กลิ่นต่างกัน เรามั่นใจได้อย่างไรว่าน้ำมันที่เราเลือกซื้อเป็นธรรมชาติ 100% และอะไรคือตัวกำหนดราคาของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย

น้ำมันหอมระเหยชนิดเดียวกัน แต่กลิ่นไม่เหมือนกัน

มาทำความรู้จัก “น้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil)” กันดีกว่า (ตอนที่ 2) Product Knowledge, Aroma Worldน้ำมันหอมระเหยที่มาจากพืชตัวเดียวกันแต่ปลูกต่างที่กัน มักจะมีคุณภาพที่แตกต่างกันด้วย อธิบายแบบง่ายๆ คือ ส้มบางมดเคยปลูกที่บางมดเมื่อ 30 ปีก่อน ต่อมาเมื่อเมืองขยายตัว บริเวณที่ปลูกส้มบางมดกลายเป็นบ้านจัดสรร มีคนเอาส้มบางมดไปปลูกที่รังสิตกลายเป็นส้มรังสิต ถึงแม้เมล็ดตัวตั้งต้นจะเป็นส้มบางมด แต่เมื่อไปปลูกที่รังสิตรสชาดตลอดจนส่วนประกอบต่างๆของส้มก็จะเปลี่ยนไป ถ้าเราเอาเปลือกส้มบางมดไปสกัดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ได้จะเป็นกลิ่นที่คล้ายแต่ไม่เหมือนเปลือกส้มรังสิต

นอกจากเคสของการสกัดน้ำมันจากเปลือกส้มส้มข้างต้นแล้ว ในบรรดาส้มทั้งหลายแหล่ ยังมีการแบ่งเป็น Sweet orange (ส้มหวาน), Tangerine (ส้มเขียวหวาน) และ Mandarin (ส้มจีน) น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากส้มทั้งสามชนิด มีกลิ่นที่คล้ายกัน แต่มีคุณสมบัติที่ต่างกันเล็กน้อย ยังไม่รวม Pomelo (ส้มโอ) ที่มีชื่อที่ต่างกันแต่มีกลิ่นที่คล้ายกัน

ตามที่กล่าวข้างต้น แหล่งปลูกพืชพรรณเพื่อผลิตน้ำมันหอมระเหยต่างๆทั่วโลก จะให้ผลผลิตที่มีคุณสมบัติต่างกัน ขึ้นกับสภาพอากาศและสารอาหารในดิน เช่น Lavender ที่ดีที่สุดคือ Lavender ที่ปลูกในฝรั่งเศสและออสเตรเลีย Tea Tree ที่ดีที่สุดคือ Australian Tea Tree เป็นต้น

 

ทำไมราคาน้ำมันแต่ละชนิดจึงต่างกัน
ราคาของน้ำมันหอมระเหยขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการสกัดน้ำมันของพืชพรรณแต่ละชนิด พืชบางชนิดมีปริมาณน้ำมันในตัวมากสามารถสกัดน้ำมันออกมาได้ง่ายจึงมีราคาถูก ซึ่งจะพบมากในผลไม้ตระกูล citrus เช่นเวลาที่เราปอกส้มหรือหั่นมะนาวจะมีน้ำมันหอมระเหยซึมออกมาจากเปลือกพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

ในขณะที่ดอกไม้ส่วนใหญ่จะมีน้ำมันค่อนข้างน้อยหรือแทบไม่มีเลย เช่น ดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ดอกลีลาวดี ดอกบัว กลีบของดอกไม้เหล่านี้จะมีน้ำมันในระดับอณู ว่ากันว่า กว่าจะสกัดน้ำมันหอมระเหยกุหลาบได้ต้องใช้กลีบกุหลาบจำนวนประมาณ 4,000 กิโลกรัม หรือ 4 ตันเพื่อให้ได้น้ำมันกุหลาบ 1 กิโลกรัม (ราคาประมาณ 300,000 บาท) หรือใช้กลีบดอกมะลิน้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัมเพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยมะลิ 1 กิโลกรัม (ราคาประมาณ 80,000 บาท) จึงทำให้น้ำมันหอมจากดอกไม้เหล่านี้มีราคาแพงมาก

คุณภาพของน้ำมันหอมระเหย
คุณภาพของน้ำมันหอมระเหยขึ้นอยู่กับสถานที่ปลูก ลักษณะดิน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วิธีการเพาะปลูก ฤดูกาลเก็บเกี่ยว สิ่งปนเปื้อน ตลอดจนวิธีการเก็บรักษา ล้วนส่งผลต่อคุณภาพน้ำมันทั้งสิ้น น้ำมันหอมระเหยที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศในแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อินเดีย ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยจะปลูกและสกัดน้ำมันหอมระเหยได้เฉพาะบางกลิ่นเท่านั้น เช่น ตะไคร้บ้าน (Lemongrass) ตะไคร้หอม (Citronella) และยูคาลิปตัส (Eucalyptus)

มาทำความรู้จัก “น้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil)” กันดีกว่า (ตอนที่ 2) Product Knowledge, Aroma World

น้ำมันหอมระเหย AKALIKO เป็นน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศ เราได้คัดสรรน้ำมันหอมคุณภาพจากแหล่งเพาะปลูกชั้นเลิศที่ได้ชื่อว่าผลิต Essential Oil ที่ดีที่สุดเช่น Orange 5 folds oil, Bergamot oil นำเข้าจากประเทศที่ปลูกพืช Citrus ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกคืออิตาลี Lavender oil จากฝรั่งเศส Lemongrass oil จากศรีลังกา Peppermint Premium oil ที่สกัดจากอินเดีย เป็นต้น นอกจากนี้เรายังเลือกนำเข้าน้ำมันหอมระเหยที่ถูกสกัดด้วยระบบกลั่นไอน้ำ (Steam Distillation) หรือระบบสกัดเย็น (Cold Pressed) เท่านั้น น้ำมันที่ได้จึงมีความบริสุทธิ์เป็น pure essential oil 100% โดยไม่มีสิ่งปนเปื้อนจากสารเคมีที่อื่นๆ

 

อ่านเพิ่มเติม : มาทำความรู้จัก “น้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil)” กันดีกว่า (ตอนที่ 1)

 

Related Products:

Orange 5 Folds Essential Oil 15 ml.

Eucalyptus Essential Oil 15 ml.