Aroma World

3 ข้อระวังการใช้เทียนหอม Soy Candle สไตล์คนรู้จริง

3 ข้อระวังการใช้เทียนหอม Soy Candle สไตล์คนรู้จริง Aroma World

โลกเรารู้จักและมีการนำเทียนมาใช้นับพันปี ในโลกอดีตจะใช้ตะเกียงแบบมีไส้เป็นเครื่องให้แสงสว่าง ชาวโรมันเริ่มประดิษฐ์เทียนขึ้นมาใช้เองโดยใช้ไขมันธรรมชาติเช่นขี้ผึ้งตั้งแต่ประมาณ 500 ปีก่อนคริสกาล ต่อมาในยุคกลางราวศตวรรษที่ 13 การทำเทียนเริ่มกลายเป็นงานฝีมือในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อขี้ผึ้งมีราคาแพงขึ้น ผู้คนจึงเริ่มหาไขมันชนิดอื่นเช่นไขมันสัตว์ต่างและค่อยๆพัฒนาตามยุคสมัย เทียนกลายเป็นสินค้าอุตสาหกรรมตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และเริ่มมีพัฒนาการผลิตเทียนในหลากวิธีคิด ตั้งแต่การคิดทำไส้เทียนจากผ้าฝ้าย การคิดเอาพาราฟินมาทำเป็นวัตถุดิบมาตั้งแต่นั้น ในเวลาต่อมาอุตสาหกรรมการผลิตเทียนเริ่มมีการใช้วัตถุดิบอื่นเพื่อลดการใช้พาราฟินที่เป็นผลผลิตของปิโตรเลียม ในศตวรรษที่ 20 มีการริเริ่มผลิตเทียนเพื่อให้กลิ่นหอมพร้อมๆกับการหาวัตถุดิบใหม่เช่น การใช้ไขมันจากพืชเช่น Palm wax หรือ Soy Wax มาใช้ทดแทนเนื่องจากมีความเป็นธรรมชาติสูง สะอาดกว่า ไม่มีเขม่าจากการเผาไหม้ และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า Soy Wax จึงเป็นวัตถุดิบตัวนึงที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

Soy Wax มีชื่อทางการค้าว่า Hydrogenated Soybean Oil เป็นการเติมไฮโดรเจนลงในไขถั่วเหลืองทำให้จับตัวเป็นเกล็ดแข็ง มีจุดหลอมเหลวต่ำประมาณ 60-70 องศาเซลเซียสมีสีขาวนวล ทึบแสง เทียน Soy Wax จึงจำเป็นการต้องบรรจุในภาชนะเท่านั้น และเพราะความที่เป็นธรรมชาติสูง มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าเทียนพาราฟิน การกระจายกลิ่นจึงกระจายได้มากกว่า นอกจากนี้ Soy wax ยังเผาไหม้ได้นานกว่าและย่อยสลายได้ 100% จึงเริ่มมีความนิยมอย่างแพร่หลายในยุคที่โลกต้องการลดการใช้ปิโตรเลียม

เทียนหอมไขถั่วเหลือง (Aromatic Soy Wax candle)

ปัจจุบันมีผู้ผลิตเทียนหอมในเมืองไทยมากขึ้น เรามีเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับเทียนไขถั่วเหลืองมาเล่าให้ฟัง

  • น้ำตาเทียนจากการจุด Soy Candle สามารถนำมานวดได้หรือไม่ ?

การผลิต Soy Wax เป็นการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองกับไฮโดรเจน ทำให้เกิดสารไตรกลีเซอไรด์ในน้ำมันจนจับตัวเป็นเกล็ด ในแง่สุขภาพไตรกลีเซอไรด์เป็นอันตรายอย่างยิ่งกับผิว ยังไม่รวมถึงน้ำตาเทียนที่ผ่านการเผาไหม้ ทำให้คุณสมบัติน้ำมันที่ดีหมดไปพร้อมกับความร้อน จึงไม่แนะนำให้นำไปนวด

  • ทำไมเวลาดมเทียนบางแบรนด์แล้วหอม แต่เวลาจุดแล้วไม่หอม ?

ในการผลิตเทียนไขถัวเหลืองมักจะมีการกำหนดสูตรการผลิตกันล่วงหน้า แล้วแต่ราคาและบุคลิกของสินค้า ซึ่งแต่ละสูตรจะมีความอิ่มตัวของน้ำหอมในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน เทียนหอมเกรดทั่วไปจะมีน้ำหอม 5-6% ต่อน้ำหนักเทียน สำหรับเทียนที่มีเกรดที่ดีกว่า จะมีอัตราความอิ่มตัวของน้ำหอมที่ 10-15% ต่อน้ำหนักเทียนหรือประมาณ 2-3 เท่าของเทียนหอมเกรดทั่วไป ทำให้เทียนบางแบรนด์ดมหอม แต่จุดไม่หอม

  • เทียนหนึ่งถ้วยให้ความหอมได้ไกลแค่ไหน ?

ความหอมของเทียนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย นอกจากปริมาณน้ำหอมในเทียนแล้ว คุณภาพของกลิ่น รวมถึงเนื้อเทียนและไส้เทียนล้วนมีความสำคัญ และมีข้อควรรู้คือเทียนหอมจะใช้ในพื้นที่เล็กๆละเป็นพื้นที่ปิดเท่านั้น เช่นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำหรือแม้แต่ในห้องครัว แต่ถ้าต้องการให้หอมในห้องที่กว้างขึ้น ต้องใช้เทียนถ้วยที่ใหญ่ขึ้น หรือวางเทียนกลิ่นเดียวกันในหลายจุด

  • ควรจุดเทียนแต่ละครั้งนานแค่ไหน ?

ในการจุดเทียนแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นเทียนมีกลิ่นหรือไม่ก็ตาม ควรจุดไม่ต่ำกว่า 60 นาทีสำหรับเทียนทุกขนาด อย่าดับเทียนจนกว่าการจุดในครั้งนั้นจะละลายเนื้อเทียนไปถึงขอบภาชนะ การทำเช่นนี้จะไม่ทำให้เทียนเกิดหลุมตรงกลางไส้ในการจุดครั้งต่อไป

ข้อระมัดระวังในการจุดเทียนที่คนส่วนใหญ่ละเลย

  1. การจุดเทียนแต่ละครั้งไม่ควรจุดเกิน 4 ชั่วโมง การจุดเทียนนานเกินไปจะทำให้เปลวไฟใหญ่เกินไป เหตุเพราะไส้เทียนที่เผาอยู่ตรลอดเวลาจะม้วนตัวในเปลวเทียนเป็นดอกเห็ด ส่งผลให้เปลวมีความใหญ่ขึ้น
  2. ควรตัดไส้เทียนให้สั้นเหลือ ¼ ของความยาวไส้เทียนทุกครั้ง
  3. อย่าจุดเทียนทิ้งไว้โดยไม่ใส่ใจหรือไม่มีใครดูแล เทียนเป็นสาเหตุหนึ่งที่มักจะเป็นสาเหตุของอัคคีภัย ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ อย่าจุดเทียนไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ อย่าจุดแล้ววางไว้ใกล้เด็กและสัตว์เลี้ยง ควรจุดเทียนเมื่อมีคนอยู่ในบริเวณใกล้ๆเท่านั้น

 

AKALIKO Soy Wax Candle มีกลิ่นอะไรบ้าง

  1. Coconut
  2. Jasmine
  3. Lavender
  4. Orchid
  5. Rain
  6. Sandalwood
  7. Vanilla
  8. Apple Martini
  9. Pine & Ginger